หมวดหมู่: Uncategorized

Donn เมษายน 8, 2020
นกเงือกหัวแรด 

นกเงือกหัวแรด Buceros rhinoceros เป็นนกเงือกประเภทหนึ่งที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ลักษณะทั่วไปเป็น นกเงือก ที่มีขนาดใหญ่ มีความยาวลำตัวประมาณ 120 ซม. ตัวผู้รวมทั้งตัวเมียมีลักษณะไม่เหมือนกันนิดหน่อย

โดยตัวเมียมีขนาดลำตัวเล็กกว่าตัวผู้เล็กน้อย มีโหนกรอบๆหูรวมทั้งตาซีดกว่าตัวผู้ นอกนั้นมีความคล้ายกันมากมาย ขนบนปีกแล้วก็ตัวสีดำ ท้องแล้วก็หางมีสีขาวและก็มีแถบสีดำพาดตามขวางตรงใกล้ปลายหาง คล้ายกับนกกาฮัง โหนกรอบๆเหนือปากเป็นรูปโค้งขึ้นทางข้างบน ตรงโคนโหนกมีสีแดงรอบๆตอนหน้าของส่วนที่โค้งขึ้นทางด้านบนเหมือนนอก อันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อสามัญอีกทั้งในภาษาไทยรวมทั้งภาษาอังกฤษเจอในมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยเจอเฉพาะทางภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ของกินได้แก่ งู จิ้งเหลน กิ้งก่า ผลไม้ ลูกไม้ สัตว์เล็กๆ

ชอบอาศัยอยู่ตามป่าดงดิบในระดับความสูงไม่เกิน 4,000 ฟุต หรือ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล มักเกาะบนกิ่งไม้สูง พฤติกรรมการผสมพันธุ์ของนกเงือกหัวแรดเหมือนกับนกเงือกอื่น ๆ โดยทำรังไข่อยู่ตามโพรงไม้ ตัวผู้จะเป็นฝ่ายหาอาหารมาเลี้ยงแม่นกและลูกนก และเมื่อลูกนกเจริญเติบโตขึ้นจนคับโพรง แม่นกจะเป็นฝ่ายพังโพรงออกมาก่อน เพื่อให้ลูกนกอยู่ได้อย่างสบายขึ้น และช่วยพ่อนกหาอาหารมาป้อนลูก ซึ่งพฤติกรรมการพังโพรงของแม่นกออกมาก่อนลูก จะพบได้เฉพาะนกเงือกขนาดใหญ่ คือ นกเงือกหัวแรด และนกกกเท่านั้น
ปัจจุบันมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535…

Read More
Donn เมษายน 7, 2020
นกกระเรียงหงอนพู่

นกกระเรียงหงอนพู่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Balearica pavonia เป็น นกขนาดใหญ่ บนหัวมีหงอนพู่เป็นเส้นตรงสีขาวนวล โคนหงอนอยู่ตรงท้ายทอยเป็นกลุ่ม ปลายบานออกเป็นทรงกลม หน้าผากถึงโคนจมูกมีขนละเอียดสี

ดำสนิทเป็นก้อนเสมือนผ้ากำมะหยี่ แก้มทั้งสองข้างเป็นหนังสีแดงมีแต้มขาวอยู่ตอนบน คอ อก หลัง หาง รวมทั้งท้องสีดำ ปีกครึ่งหน้าสีขาว ครึ่งหลังสีน้ำตาลแดง สิ้นปีกดำ ขายาวสีเทาแก่ นกกระเรียนหงอนพู่มีถิ่นอาศัยอยู่

จากที่ราบทางด้านทิศตะวันตกของทวีปแอฟริกา กินเมล็ดพืช ผัก ผลไม้ หอย ปู ปลา แล้วก็แมลงต่างๆนกกระเรียนหงอนพู่เป็นนกที่มีสายตาไกล และก็ไวมาก ถูกใจอยู่เป็นฝูงหากินตามทุ่งกว้างที่มีน้ำและก็พงหญ้า หรือบึงหนองในป่าที่ห่างไกลผู้คน นกกระเรียนหงอนพู่ต่างกับนกกระเรียนจำพวกอื่นตรงที่มันบางทีอาจบินไปเกาะตามกิ่ง ไม้สูงๆแต่ว่ามันทำรังวางไข่ตามกอหญ้าข้างหนองบึง หรือพงหญ้าที่ขึ้นตามทุ่งนาที่มีน้ำ นกกระเรียนหงอนพู่ออกไข่ทีละ 2 ฟอง เมื่อฟักออกเป็นตัวแล้ว 4 เดือน ลูกนกจึงบินได้…

Read More
Donn เมษายน 6, 2020
นกกระตั๋วกะลา

นกกระตั๋วกะลา เดิมทีนกกระตั้วถูกจัดเป็นหนึ่งในวงศ์ย่อย Cacatuinaeของวงศ์ นกแก้ว Psittacidaeนกกระตั้ว มีชื่อภาษามาเลเซียว่า “ Cockatoo” แปลว่า พ่อเฒ่า หรือคีมเหล็ก เนื่องจากความแหลมคมกริบของจะงอยปาก

ของเจ้านกกระตั้ว แต่เมื่อได้รับการดูแลเลี้ยงดูอย่างเหมาะสมจะรู้ดีว่าเจ้านกสังคมจำพวกนี้มี ความน่ารัก เป็นอันมาก นกกระตั้วสามารถเจอในแถบอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ นิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน และก็ ออสเตรเลีย นกกระตั้วที่อยู่ตามธรรมชาติจะแก่ขัยเพียงแค่ 20-30ปีแค่นั้น แต่ว่านกกระตั้วเลี้ยงจะแก่ขัยถึง 60-80 ปี โดยนกกระตั้วนับว่าเป็นนกที่ฉลาดหลักแหลมอย่างมาก นกกระตั้วนั้นมักมีขนพียงสีเดียว โดยทั่วไปแล้วจะเป็นสีขาวหรือสีดำซึ่งมีผงแป้งฉาบขนอยู่แสดงถึงสุขภาพขนที่ดี มีความรู้พิเศษที่ต่างจากนกจำพวกอื่นๆเป็นจะมีหงอนที่สามารถขยับได้ โดยหงอนนั้นจะมีลักษณะตามประเภทของนกกระตั้ว

นกกระตั้วเกือบทุกสายพันธุ์ มีความสามารถในการปีนป่ายที่ยอดเยี่ยม นกที่มีสุขภาพดีจะพักผ่อนและนอนหลับโดยยืนขาเดียว อีกขาหนึ่งซุกไว้ในขนของมัน จากนั้นมันจะสลัดขนให้ฟู แล้วจะหันไปด้านหลังแล้วซุกหัวมันลง เมื่อหลับตา ตาของมันก็จะไม่ปิดสนิท นกกระตั้วเป็นนกขนาดใหญ่ ลำตัวยาว 30-60 เซนติเมตร หนัก 300-1200 กรัม มีหงอนหัวที่หุบได้และแผ่ได้จะงอยปากสีดำใหญ่เหมือนคีม สามารถเกาะและปีนป่ายได้ดีมาก…

Read More
Donn เมษายน 5, 2020

เสือจากัวร์

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าPanthera onca เสือจากัวร์ จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อันดับสัตว์กินเนื้อ วงศ์เสือและก็แมว (Felidae)โดยชื่อ “จากัวร์” (Jaguar) นั้น มีที่มาจากภาษาของอินเดียแดงว่า

“yaguara” มีความหมายว่า สัตว์ร้าย ที่ฆ่าเหยื่อด้วยการกระโจนตะปบครั้งเดียว ชนเผ่าพื้นเมืองในอเมริกากลางรวมทั้งอเมริกาใต้หลายเผ่าใช้เสือ จากัวร์เป็นสัญลักษณ์ของความมีอิทธิพลของวัฒนธรรมของตัวเอง นอกนั้นแล้ว เสือ จากัวร์บางตัวอาจมีสีขนเปลี่ยนไปเป็นสีดำล้วนเช่นเดียวกับเสือดำที่เจอในเสือดาวด้วย

เสือ จากัวร์เป็นเสือขนาดใหญ่รองลงมาจากเสือโคร่ง (P. tigris) และสิงโต (P. leo) มีขนคล้ายเสือดาว (P. pardus) มาก มีสีน้ำตาลอ่อนแกมเหลืองมีจุดดำทั้งตัว บริเวณกลางลำตัวมีจุดดำเป็นหมู่ ๆ หลังหูดำ มีจุดสีนวลที่หลังหู มีถิ่นอาศัยพบได้ตั้งแต่ตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาจนถึงภูมิภาคอเมริกากลางจรดทวีปอเมริกาใต้ และถือเป็นเสือขนาดใหญ่เพียงชนิดเดียวที่พบในภูมิภาคแถบนี้ พบในป่าทุกประเภท ทั้งป่าทึบ ป่าโปร่ง และป่าที่มีโขดหิน ทนร้อนได้ดี และชอบลงเล่นน้ำ ชอบอยู่โดดเดี่ยว จะอยู่เป็นคู่ในฤดูผสมพันธุ์ กินสัตว์ป่าทุกชนิดที่จับได้ เช่น กวาง หมู ลิง นกยูง สุนัข และแมลง ใช้ระยะตั้งท้อง 90-105 วัน ให้ลูก 1-4 ตัว น้ำหนักแรกคลอด 700-900 กรัม วัยเจริญพันธุ์ 2-3 ปี อายุยืนประมาณ 22 ปี…

Read More
Donn เมษายน 4, 2020
หมีขอหรือหมีกระรอก 

หมีขอหรือหมีกระรอก ชื่อวิทยาศาสตร์: Arctictis binturong เป็นสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนม แม้จะมีหน้าตาคล้ายหมีจนได้ชื่อว่าหมี แต่เป็นสัตว์จำพวกชะมดและอีเห็น (Viverridae) ที่ใหญ่ที่สุด จัดเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวใน

สกุลArctictisมีหางยาวเป็นพวงคล้ายกระรอก ขนตามลำตัวค่อนข้างยาวสีดำและหยาบ สีขนบริเวณหัวอาจมีสีเทา หูกลม บริเวณขอบหูมีสีขาว หางที่ยาวสามารถใช้เกาะเกี่ยวต้นไม้ได้เป็นอย่างดีมีความยาวลำตัวและหัว 61-96.5 เซนติเมตร ความยาวหาง 50-84 เซนติเมตร น้ำหนัก 9-20 กิโลกรัม

มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางตั้งแต่ภูฐาน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ภาคตะวันตกของพม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, พรมแดนระหว่างเวียดนามติดกับลาวและกัมพูชา, มาเลเซีย, เกาะสุมาตรา, เกาะบอร์เนียวในอินโดนีเซีย และเกาะปาลาวันในฟิลิปปินส์ หมีขอเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืน อาศัยและหากินตามลำพัง แต่ในบางครั้งอาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประกอบไปด้วย แม่และลูก ในเวลากลางวันจะอาศัยโพรงไม้เป็นที่หลับนอน อาหารได้แก่ ผลไม้และสัตว์ที่มีขนาดเล็กชนิดต่าง ๆ บนต้นไม้ทั้งแมลงและสัตว์เลื้อยคลาน ปีนต้นไม้ได้เก่งมาก…

Read More
Donn เมษายน 3, 2020
อัลปาก้า

อัลปาก้า ชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า Vicugnapacos เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในวงศ์ของอูฐ มีลักษณะละม้ายกับตัวลามา อยู่รวมกันเป็นฝูงเจอได้ในที่สูงรอบๆแถบเทือกเขาแอนดีสทางตอนใต้ของประเทศเปรูตอนเหนือของประเทศโบลิเวียกับประเทศเอกวาดอร์ แล้วก็ภาคเหนือของประเทศชิลี โดยจะอยู่รอบๆที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลราว 3,500-5,000 เมตร

ถึงแม้อัลปาก้ามีลักษณะเหมือนตัวลามา แต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้ประยุกต์ใช้งานเพื่อขนย้าย แต่ว่าจะถูกเลี้ยงเพื่อนำขนมาทำเป็นเสื้อผ้าและก็เสื้อผ้าเหมือนกันกับแกะ ขนย้ายอัลปาก้าสามารถนำมาใช้ผลดีได้มากมาย ตั้งแต่ผ้าที่เอาไว้ห่ม เสื้อกันหนาว หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ รวมทั้งเครื่องนุ่งห่มจำพวกต่างๆโดยขนย้ายอัลปาก้าตามธรรมชาตินั้นจะมีหลากสี ในประเทศเปรูมีการแยกเป็นชนิดและประเภทสีขนออกเป็น 52 สี ในช่วงเวลาที่ทางออสเตรเลียแบ่งไว้ 12 สี รวมทั้งอเมริกาจำแนกเป็น 16 สี

Read More
Donn มีนาคม 30, 2020
แมวป่าหัวแบน พบเห็นยาก กินปลาและกบเป็นอาหาร

พบเห็นยาก แมวป่าหัวแบน

โลกของพวกเรามีสัตว์สวยมาก แม้กระนั้นก็มีหลายแบบที่หาเจอได้ยากในธรรมชาติ แม้กระทั้งรูปถ่ายก็ยังหาดูได้ยาก แต่ว่าสัตว์พวกนั้นแม้ว่าจะหายาก แต่ถ้าหากได้เห็น มันกลับกลายสัตว์ที่มีความเด่น แปลก งาม ไม่ซ้ำใคร

มีเอกลักษณ์เป็นตัวของมันเอง สร้างความน่าสนใจให้ผู้หนพบเห็นได้ แล้วก็วันนี้พวกเราจะพามารู้จักกับ สัตว์โลกน่ารัก น่าเอ็นดูตัวหนึ่ง สัตว์ตระกูลเสือและก็แมว เรียกกันว่า แมวป่าหัวแบน (Flat-headed cat) เป็นแมวป่าชนิดหนึ่ง โดยแมวจำพวกนี้จัดได้ว่าเป็นสัตว์หายากของโลก พบเจอได้ยากมากในธรรมชาติ เพราะเหตุนี้ก็เลยมีหารูปถ่ายของแมวประเภทนี้ไม่ค่อยได้ มีรูปน้อยมาก

โดยรูปแบบของมันจะไม่เสมือนแมวปกติ มีความแปลกแม้กระนั้นน่ารัก โดยลักษณะเด่นก็คือ หัวที่มีรูปร่างยาวรวมทั้งแบน แล้วก็ลักษณะทั่วไปเป็นเป็นเสือกระต่ายขนาดเล็กที่มีขารวมทั้งหางสั้น หูเล็ก และก็ยังน่าสนใจเพราะเป้นแมวที่มีขนเรียกตัวสีน้ำตาลแดงหรือส้ม พูดได้ว่าเป็นสีที่หายากจริงๆนอกนั้นแล้วมันยังมีปลายขนแต่ละเส้นของมันยังมีสีขาวปนเทาหรือเหลืองอ่อนอีกด้วยโดดเด่นไม่ราวกับเสือหรือแมวจำพวกอื่นๆและก็ลักษณะของลำตัวและก็หัวยาว 46.5 – 48.5 ซม. แล้วก็มีหางยาวเพียงแค่ 12.8 – 13 ซม. รวมทั้งน้ำหนักของมันโดยธรรมดาจะค่อย เพราะเป็นแมวขนาดเล็ก ก็เลยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.5 – 2.2 กิโล เป็นนักล่าในเวลากลางคืนเพราะเหตุว่ามีดวงตาที่ใหญ่ สามารถเห็นค่ำคืนได้แจ่มแจ้ง ตามหลักแล้วเป็นเสือกระต่ายจำพวกที่ายากของโลก ซึ่งแมวชนิดนี้ ปกติจะอาศัยอยู่ทางภาคใต้ของเมืองไทย มาเลเซีย เกาะสุมาตรา แล้วก็เกาะบอร์เนียว ต่างก็ผู้กระทำระจายประเภทแล้วก็หากินอยู่ทางแถบภาคใต้ของประเทสดัขี้งกล่าว ซึ่งจากลักษณะด้านนอกของมันนั้น รวมทั้งถิ่นอาศัย ดูแล้วเป็นเสือบองที่ไม่กลัวน้ำราวกับแมวทั่วๆไปเวกัสแถมยังถูกใจอาศัยอยู่ที่เปียกแฉะน้ำ ใกล้กับแหล่งอาหารของมัน ซึ่งมันจะรับประทานปลารับประทานกบ สัตว์ทะเลเป็นของกิน เป้นแมวป่าที่ถูกใจอยู่ตาม ป่าพรุ หรือ ป่าน้ำท่วมขังหรือพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ และก็นอกเหนือจากการที่จะกินปลาแล้ว ก็ยังส่งผลไม้บางจำพวกที่มันเลือกกินด้วย ถึงแม้ว่าจะพบเจอได้ยาก แม้กระนั้นก็นับว่าเป็นสัตว์โลกหายากที่ยังคงมีการสงวนเอาไว้อยู่…

Read More
Donn มีนาคม 25, 2020
อิลิพิก้า ตัวแบบของตัวการ์ตูน Pikachu

สัตว์โลกนั้นมีมากมายและยังมีบางชนิที่ใกล้สูญพันธ์ ตัวแบบของตัวการ์ตูน Pikachu ตัวละครหรือตัวการ์ตูนจากเรื่องโปเกมอนกันมาบ้างแล้ว ซึ่งวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับต้นแบบของมัน ที่มีลักษณะคล้ายๆกันหลายอย่าง

โดยสัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีชื่อเรียกว่า อิลิพิก้า (Ili pika) ซึ่งเป็นสัตว์ใไกล้สูญพันธ์ มักจะอาศัยอยู่ในเขตทุรกันดาร ซึ่งมักจะพบได้ตามแถบเทือกเขาเทียนซานทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลซินเจียง ประเทศจีน แต่นับว่าปัจจุบันนี้จะพบตัวมันคงทำได้ยาก เพราะเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์เต็มทีแล้ว แต่ถ้าพูดถึงลักษณะของมันนั้น เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ที่มีความน่ารักโดดเด่นเป็นอย่างมาก ดูแล้วละม้ายคล้ายคลึงกับกระต่าย อาจพูดได้ว่ามันเป็นญาติกับกระต่ายก็เป็นได้

ซึ่งลักษณะโดยทั่วไปของมันนั้น คือมีหูสั้น รูปร่างคล้ายกระต่าย มีขนปุยสีเทาออกสว่างๆ นอกจากนี้ยังมีแต้มสีจางที่หน้าผากและข้างคออีกด้วย โดยเป็นสัตว์ขนาดเล็กพอ ๆ กับตัวพิก้าหรือกระต่ายภูเขา ซึ่งขนาดมันจะอยู่ประมาณ ยาว 20 ซม. มีน้ำหนักราว 250 กรัม และด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแสนน่ารัก ทำให้ดูเป็นสัตว์ที่น่าเอ็นดูอย่างมาก ซึ่งน่ารักจนถูกนำเอาไปเป็นต้นแบบตัวละครการ์ตูน ปิกาจู้ ในการ์ตูน ชุด โปเกมอน ซึ่งนอกจากตัวของมันจะน่ารักแล้ว อุปนิสัยของมันก็น่าเอ็นดูด้วย ซึ่งเหมือนเจ้าตัวแสบปิกาจู้เลยก็ว่าได้ โดยมันชอบอยู่ลำพังหรือบ้างก็ชอบอยู่เป็นคู่ มักจะหาอาหารโดยกินพืชเป็นอาหาร โดยทั่วไปนั้นชอบอาศับอยู่ตามโพรงหินใกล้ขอบหน้าผา ซึ่งจะกระจายตัวเป็นบริเวญกว้าง โดยสัตว์ชนิดนี้ นับได้ว่าจากการสำรวจเมื่อปี 1983 และผ่านมาจนทุกวันนี้ ประชากรของพวกมันลดลงจนถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธ์แล้ว เพราะสัตว์พวกนี้ก็มีศัตรูธรรมชาติอยู่เช่นกัน ได้แก่พวกนกนักล่าอย่าง อินทรี เหยี่ยว ทำให้พวกมันอาจถูกล่าจนใกล้สูญพันธ์ และอย่างไรก็ตามก็ไม่อาจรู้ได้ว่าแท้จริงนั้นเป็นเพราะอะไรกันแน่ ไม่รู้ได้ว่าเกิดจากมนุษย์หรือธรรมชาติกันแน่ แต่ความน่ารักของมันก็ยังเป็นที่จดจำกันอยู่ในทุกๆวันนี้…

Read More
Donn มีนาคม 20, 2020
แมวป่าราคาหลักแสน เซอร์วัล (Serval)

 

เซอร์วัล หรือ Serval แมวป่าราคาหลักแสน เป็นคำที่มาจากภาษาโปรตุเกสนั่นเอง ซึ่งสื่อความหมายที่แปลว่า ” กวางหมาป่า ” นั่นเอง เพราะด้วยความที่สัตว์จำพวกนี้นั้นมีลักษณะทางกายภาพที่มีคอยาว ใบหูใหญ่

แต่มีขนาดของหัวที่เล็กคล้ายกับกวาง ก็เลยทำให้สัตว์ชนิดนี้มีชื่อว่า เซอร์วัล (Serval) นั่นเอง

ลักษณะทั่วไปของ เซอร์วัล (Serval) จะมีขนาดของลำตัวยาวโดยประมาณ 67-100 ซม. และก็มีน้ำหนักเฉลี่ยราว 9-18 กิโลกรัม ซึ่งความสูงของ เซอร์วัล (Serval) จะอยู่ที่โดยประมาณ 40-65 ซม. รอบๆลำตัวของเซอร์วัล (Serval) จะถูกปกคลุมไปด้วยขนสีเหลืองและมีจุดทาสีดำเรียงกันตลอดทั้งตัว โดยจุดทาสีดำที่อยู่รอบๆคอและก็หลังนั้นจะมีลักษณะที่เชื่อมต่อกันเป็นเส้นยาว ส่วนในรอบๆขนหน้าท้องจะมีสีเทาอ่อนหรือสีเหลืองอ่อน

รวมทั้งหัวของเซอร์วัล (Serval) จะมีลักษณะยื่นยาวมากยิ่งกว่าแมวทุกประเภท ทั้งยังมีดวงตาสีเหลือง มีแถบสีดำที่รอบๆเหนือหัวขนคิ้ว หัวตัวรวมทั้งหางตา มีขาที่มีความยาวมากมายๆหากเอามาเทียบกับรูปร่างร่างกาย ซึ่งนับว่าเป็นสัตว์ตระกูลแมวที่มีตอนขายาวที่สุดเลยก็ว่าได้

โดยที่ขาหลังนั้นจะมีความยาวมากกว่าขาหน้า ส่วนขนาดของหัวนั้นจะมีขนาที่เล็ก มีใบหูใหญ่ ซึ่งโคนหูจะกว้างและเบียดชิดกัน โดยบริเวณหลังหูจะมีสีดำแต่จะมีจุดขาวอยู่บริเวณกลางหูด้วย แต่หางของเซอร์วัลจะค่อนข้างสั้น โดยจะมีความยาวเพียงแค่ประมาณหนึ่งในสามของความยาวลำตัวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปล้องสีดำประมาณ 6-7 ปล้องที่บริเวณหางอีกด้วยและที่สำคัญก็คือบริเวณปลายหางจะมีดำอีกด้วย ซึ่ง เซอร์วัล (Serval) บางตัวนั้นจะมีสีดำที่เกิดมาจากความผิดปกติแบบเมลานิซึม ซึ่งมักจะพบในบริเวณแหล่งที่ชุ่มชื้นนั่นเอง แต่เซอร์วัล (Serval) ที่อยู่ในป่าทึบทางทางตะวันตกของทวีป เราจะพบว่ามีลายจุดที่มีขนาดเล็กและละเอียดกว่า ซึ่งลักษณะของจุดนั้นจะไม่ค่อยเด่นชัด

เซอร์วัล (Serval) มักจะชื่นชอบการอาศัยอยู่ในพื้นที่ ทุ่งซะวันนาที่ใกล้กับแหล่งน้ำและมีต้นหญ้าสูง แต่จะพบเซอร์วัล (Serval)ได้น้อยในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง ซึ่งเราจะไม่พบเซอร์วัล (Serval) เลยในป่าฝนและทะเลทรายโดย เขตกระจายพันธุ์ของเซอร์วัลนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน นั่นก็คือ ส่วนแรกจะอยู่ในตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา และส่วนที่ 2 จะครอบคลุมพื้นที่โดยกว้าง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่แนวตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา เริ่มที่บริเวณชายฝั่งตะวันตกฃไปจนถึงพื้นที่แบบแอลไพน์ ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ขนาดใหญประมาณ 3,200-3,800 เมตร เลยทีเดียว…

Read More
Donn มีนาคม 18, 2020
วิ่งบนผิวน้ำได้ กิ้งก่าบาซิลิสก์ 

สัตว์โลกแต่ละจำพวก  มีความสามารถที่ต่างกัน ปัจจุบันนี้สัตว์โลกมีมากมายหลายประเภท และก็โลกที่พัฒนาไปอย่างเร็ว ทำให้พวกเราสามารถเห็นภาพสัตว์ แล้วก็ศึกษาข้อมูลต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่สัตว์ที่หายาก วิ่งบนผิวน้ำได้

ในโลกออนไลน์ก็ยังมีข้อมูลให้มองเช่นกัน ซึ่งสัตว์ที่พวกเราต้องการเอามาเสนอแนะให้รู้จักกันนั้น จัดอยู่ในหมวด สัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ที่มีความสามารถเฉพาะตัว วิ่งบนผิวน้ำได้ รวมทั้งมีเอกลักษณ์ที่สะดุดตา สัตว์ประเภทนี้มีชื่อว่า กิ้งก่าบาสิลิสก์ (Basilisk lizard) เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่จัดอยู่ในสกุล Basiliscus ซึ่งลักษณะโดยรัวนับได้ว่าเป็นกิ้งก่าที่  มีความงามและก็ความสามารถตัวหนึ่ง พวกเราเรียกเขาอีกชื่อหนึ่งกันว่า กิ้งก่าพระเยซู เจ้าตัวกิ้งก่าคนที่หากินใกล้ริมน้ำ

ก่อนที่จะเราจะมารู้จักกับมัน มารู้จะลักษณะโดยรวมของเขากันก่อนดีกว่า กิ้งก่าบาสิลิสก์ ขนาดตัวของมันไม่ใหญ่มากนัก โดยมีขนาดตัวที่มีความยาวราว 70-80 มม. แล้วก็มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 80 กรัม หรือ 3.2 ออนซ์ ซึ่งลักษณะด้านนอกมองสวยงามราวกับกิ้งก่าทั่วๆไป มีเกล็ดสีเขียว,ขาว แล้วก็ดำ โดยกิ้งก่าบาสิลิสก์จะมีครีบใหญ่บนข้างหลังเหมือนปลา รวมทั้งในส่วนของเพศผู้นั้นจะมีความต่างจากตัวเมีย เพราะเพศผู้จะมีหงอนขนาดใหญ่ ก็เลยทำให้มันมีความสะดุดตามากยิ่งกว่าตัวเมีย บาทตัวมันเอามีความรู้ความเข้าใจพิเศษเฉพาะตัว ที่ไม่ซ้ำใคร ซึ่งเป็นความพิเศษที่ทำให้ตัวมันน่าดึงดูด กิ้งก่าบาสิลิสก์เป็นสัตว์เลื้อยคลานซึ่งสามารถ วิ่งบน ผิวน้ำได้ โดยอุ้งเท้าของมันจะสร้างฟองอากาศลงไปในน้ำทำให้เป็นตัวที่ช่วยทำให้พยุงตัวของมัน และไม่จมน้ำ รวมทั้งด้วยการเคลื่อนไหวที่เร็วทันใจ ทำให้เป็นกิ้งก่าที่สามารถวิ่งบนน้ำได้ โดยมากพวกมันจะถูกใจอาศัยตามพื้นดินใกล้ริมน้ำ แม้กระนั้นเมื่อถึงคราที่จำต้องหลบศัตรูพวกมันก็ชอบหนีปีนต้นไม้ ความรวดเร็วของมันสามารถขยับเขยื้อนได้เร็วมาก ก้าวของมันเปลี่ยนเร็วถึง 0.052 วินาที และไม่เพียงแค่วิ่งบนน้ำได้ เนื่องจากยังเป็นสัตว์ที่มุดน้ำได้ รวมทั้งหลบซ่อนในน้ำได้ด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่ทำให้กิ้งก่าบาสิลิสก์ เป็นสัตว์ที่พิเศษ เพราะเหตุว่ามันสามารถแสดงปาฏิหาริย์เดินบนผิวน้ำได้ และก็เกตุนี้เองก็เลยทำให้มันถูกเรียกว่ากิ้งก่าพระเยซู…

Read More